เบื่อไหมกับงานเดิมๆ ในไทย อยากลองหาโอกาสใหม่ๆ ที่ต่างประเทศดูบ้างไหมคะ? ฉันรู้เลยว่าหลายคน โดยเฉพาะเพื่อนๆ วิศวกร หรือสถาปนิก กำลังมองหาลู่ทางที่จะพัฒนาตัวเองและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป การถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘ใบ กว.’ ของไทยเนี่ยแหละค่ะ คือกุญแจสำคัญที่จะพาเราไปเปิดโลกกว้างในตลาดแรงงานต่างประเทศได้อย่างเหลือเชื่อจากที่ฉันได้พูดคุยกับพี่ๆ น้องๆ ในวงการ และติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ฉันสังเกตเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจมากๆ คือความต้องการบุคลากรด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมคุณภาพสูงในต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและตะวันออกกลาง ที่กำลังมีโปรเจกต์เมกะโปรเจกต์ โครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ รวมถึงเทรนด์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่กำลังมาแรง ซึ่งล้วนต้องการฝีมือและประสบการณ์จากคนเก่งๆ อย่างพวกเราแน่นอนว่าการตัดสินใจก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนไปทำงานต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนอาจกังวลเรื่องขั้นตอนการเตรียมตัว กฎระเบียบที่ไม่คุ้นเคย หรือแม้แต่การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยค่ะ เพราะฉันเองก็เคยผ่านช่วงเวลาของการหาข้อมูลและวางแผนมาแล้วแต่ไม่ต้องห่วงนะคะ!

เพราะในบทความนี้ ฉันจะพาเพื่อนๆ มาเจาะลึกทุกรายละเอียดที่ควรรู้ ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การเลือกประเทศเป้าหมาย ไปจนถึงเคล็ดลับการหางานและสร้างเครือข่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถคว้าโอกาสทองนี้ได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล ถ้าพร้อมแล้ว เรามาไขทุกข้อสงสัยและเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางวิศวกรสถาปนิกอินเตอร์ไปด้วยกันเลยค่ะ!
ปลดล็อกศักยภาพ: ‘ใบ กว.’ ก้าวไกลกว่าที่คิด
ความสำคัญของใบ กว. ในเวทีโลก
เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า “ใบ กว. ของไทยเนี่ยนะ จะไปใช้ในต่างประเทศได้จริงเหรอ?” ฉันเคยคิดแบบนี้เหมือนกันค่ะ แต่จากที่ฉันได้ศึกษาและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน คำตอบคือ “ได้แน่นอน” ค่ะ!
แม้ว่าใบ กว. ของเราอาจจะไม่ได้ถูกรับรองแบบอัตโนมัติในทุกประเทศ (คือไม่ต้องไปสอบใหม่) แต่การที่เรามีใบ กว. แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานทางวิชาชีพ ความรู้ความสามารถที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่นายจ้างต่างชาติจะใช้ประกอบการพิจารณา คุณสมบัติของเราจะถูกนำไปเทียบเคียงกับมาตรฐานของประเทศนั้นๆ และบ่อยครั้งที่เราสามารถใช้เอกสารของเราเป็นส่วนหนึ่งของการขอใบอนุญาต หรือการรับรองชั่วคราวในต่างประเทศได้เลยค่ะ มันเหมือนกับการมีพาสปอร์ตทางวิชาชีพที่ยืนยันว่าเราเป็น “วิศวกรตัวจริง” นั่นเอง
ประสบการณ์ตรง: ใบ กว. เปิดประตูสู่โอกาสของฉัน
ฉันจำได้เลยว่าตอนที่ตัดสินใจจะลองหาโอกาสทำงานต่างประเทศ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือเรื่องใบอนุญาตนี่แหละค่ะ ตอนนั้นฉันกังวลมากว่าจะต้องไปสอบใหม่ทั้งหมดไหม จะยุ่งยากหรือเปล่า แต่พอได้ลองศึกษาและปรึกษารุ่นพี่ที่ไปทำงานต่างประเทศมาก่อน ก็พบว่าจริงๆ แล้วใบ กว.
ของเรามีน้ำหนักและคุณค่ามากกว่าที่คิดนะ อย่างตอนที่ฉันยื่นใบสมัครงานกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ฝ่ายบุคคลเองก็สอบถามถึงใบ กว. ของไทยนี่แหละค่ะ เพราะมันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าฉันมีความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมาได้รับการตรวจสอบและรับรองแล้ว มันช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโปรไฟล์ของฉันได้มากจริงๆ และฉันเองก็ใช้ใบ กว.
พร้อมใบรับรองจากสภาวิศวกร ไปเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาสำหรับตำแหน่งที่ต้องการวิศวกรที่มีประสบการณ์และคุณสมบัติครบถ้วน เรียกได้ว่าเป็นใบเบิกทางชั้นดีเลยล่ะค่ะ
เปิดโลกกว้าง: ประเทศยอดนิยมสำหรับวิศวกรไทย
ตลาดงานที่น่าสนใจในอาเซียนและตะวันออกกลาง
จากประสบการณ์ของฉันและเพื่อนๆ ในวงการ สิงคโปร์และมาเลเซียถือเป็นสองประเทศในอาเซียนที่เนื้อหอมมากๆ สำหรับวิศวกรไทยค่ะ โดยเฉพาะวิศวกรโยธา สถาปนิก และวิศวกรไฟฟ้า เพราะประเทศเหล่านี้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าต้องการบุคลากรฝีมือดีจำนวนมาก แถมยังเดินทางไม่ไกลจากไทย ทำให้ปรับตัวได้ง่ายกว่า สำหรับตะวันออกกลางอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยเฉพาะดูไบและอาบูดาบี หรือซาอุดีอาระเบีย ก็เป็นอีกภูมิภาคที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ เพราะมีเมกะโปรเจกต์ระดับโลกผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งด้านการก่อสร้าง พลังงาน และเทคโนโลยี พวกเขาต้องการวิศวกรที่มีประสบการณ์จากทั่วโลกไปร่วมงาน ซึ่งค่าตอบแทนและสวัสดิการก็ค่อนข้างสูงกว่าในหลายๆ ประเทศด้วยนะคะ ถ้าใครชอบความท้าทายและอยากเก็บเงินก้อนใหญ่ ที่นี่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ
เจาะลึกญี่ปุ่นและออสเตรเลีย: โอกาสที่แตกต่าง
ส่วนญี่ปุ่นและออสเตรเลียก็เป็นอีกสองตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ สำหรับญี่ปุ่น แม้ว่าอาจจะต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสาร แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและระเบียบวินัยในการทำงานของคนญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่วิศวกรอย่างเราจะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสายวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า หรือวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ส่วนออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีทักษะ โดยเฉพาะในสาขาวิศวกรรมโยธา เหมืองแร่ และพลังงาน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ อยู่เสมอ การขอใบอนุญาตทำงานในออสเตรเลียอาจมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนกว่า แต่ผลตอบแทนและคุณภาพชีวิตก็คุ้มค่าที่จะลงทุนลงแรงค่ะ ลองดูตารางสรุปข้อมูลเบื้องต้นที่ฉันรวบรวมมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ:
| ประเทศ | ความต้องการบุคลากร | ข้อควรรู้เบื้องต้น |
|---|---|---|
| สิงคโปร์ | วิศวกรโยธา, ไฟฟ้า, เครื่องกล, สถาปนิก (โครงสร้างพื้นฐาน, อสังหาฯ) | ระบบการทำงานใกล้เคียงกับตะวันตก, ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก, ค่าครองชีพสูง |
| มาเลเซีย | วิศวกรโยธา, ไฟฟ้า, เครื่องกล (การก่อสร้าง, อุตสาหกรรม) | ใช้ภาษาอังกฤษ, วัฒนธรรมใกล้เคียงไทย, ค่าครองชีพปานกลาง |
| สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) | วิศวกรโยธา, โครงสร้าง, MEP (เมกะโปรเจกต์, พลังงาน) | ค่าตอบแทนสูง, สวัสดิการดี, วัฒนธรรมหลากหลาย, อากาศร้อน |
| ซาอุดีอาระเบีย | วิศวกรโยธา, ปิโตรเลียม, โครงสร้าง (NEOM, โครงสร้างพื้นฐานใหม่) | โอกาสเติบโตสูง, ค่าตอบแทนดี, วัฒนธรรมเคร่งครัดกว่า UAE |
| ญี่ปุ่น | วิศวกรเครื่องกล, ไฟฟ้า, ซอฟต์แวร์ (เทคโนโลยี, ยานยนต์) | ต้องมีทักษะภาษาญี่ปุ่น, ค่าครองชีพสูง, ระบบการทำงานมีวินัยสูง |
| ออสเตรเลีย | วิศวกรโยธา, เหมืองแร่, พลังงาน (โครงสร้างพื้นฐาน, ทรัพยากร) | ต้องสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ, คุณภาพชีวิตดี, ค่าตอบแทนสูง |
เตรียมเอกสารอย่างไรให้พร้อมสำหรับต่างแดน
เช็กลิสต์เอกสารสำคัญและการรับรอง
การเตรียมเอกสารนี่แหละค่ะที่เป็นด่านแรกที่สำคัญมากๆ บางทีก็แอบปวดหัวนิดหน่อย เพราะมีหลายขั้นตอนเลย อย่างแรกสุดคือเอกสารประกอบวิชาชีพของเราเลยค่ะ ใบ กว.
เนี่ยแหละ ต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองคำแปลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานแปลที่ได้รับการรับรอง ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาพอสมควรเลยนะคะ ฉันแนะนำให้เผื่อเวลาไว้มากๆ อย่างน้อย 1-2 เดือนเลยทีเดียว นอกจากนี้ ใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) และใบปริญญาบัตรก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ต้องนำไปแปลและรับรองให้เรียบร้อย และบางประเทศอาจต้องการให้สภาวิศวกรของไทยออกจดหมายรับรอง (Letter of Good Standing) เพื่อยืนยันว่าเราไม่มีประวัติการทำผิดจรรยาบรรณ ซึ่งเอกสารเหล่านี้จะต้องถูกจัดทำอย่างเป็นทางการและผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีน้ำหนักและเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศค่ะ
ทักษะภาษาอังกฤษและทักษะเฉพาะทางที่ขาดไม่ได้
นอกเหนือจากเอกสารทางวิชาชีพแล้ว ทักษะภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอย่างสิงคโปร์ ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ในตะวันออกกลาง หลายบริษัทกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีผลคะแนน IELTS หรือ TOEFL ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งการเตรียมตัวสอบก็ต้องใช้เวลาและความพยายามพอสมควรเลยนะคะ ฉันเองก็ต้องทุ่มเทกับการฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างหนักเลยทีเดียว นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ทักษะเฉพาะทางที่โดดเด่น เช่น การใช้ซอฟต์แวร์ทางวิศวกรรมเฉพาะด้าน (CAD, BIM, SAP2000), ประสบการณ์ในโปรเจกต์ที่ซับซ้อน หรือความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสากล ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานของเราได้เป็นอย่างมากค่ะ อย่าลืมว่าการพัฒนาทักษะเหล่านี้อยู่เสมอ จะทำให้เราโดดเด่นและเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานต่างประเทศนะคะ
เคล็ดลับหางานต่างแดน: ไม่ยากอย่างที่คิด!
แพลตฟอร์มหางานที่ฉันใช้และอยากแนะนำ
สมัยนี้การหางานต่างประเทศง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องบินไปสมัครถึงที่ก็ทำได้ ฉันเองก็ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลักเลยนะ ที่อยากแนะนำเลยคือ LinkedIn ค่ะ เป็นแหล่งรวมงานของบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกเลย แถมเรายังสร้างโปรไฟล์ที่เป็นเหมือนเรซูเม่ฉบับออนไลน์ของเราได้ด้วย อย่าลืมใส่รายละเอียดประสบการณ์และความสามารถให้ครบถ้วนและเป็นภาษาอังกฤษนะคะ นอกจาก LinkedIn แล้ว ก็ยังมี JobStreet สำหรับโซนอาเซียน, GulfTalent สำหรับตะวันออกกลาง หรือ Seek สำหรับออสเตรเลียค่ะ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีงานเฉพาะทางสำหรับวิศวกรเยอะมาก หรือถ้าใครอยากลองใช้บริการเอเจนซี่จัดหางานต่างประเทศโดยตรง ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีค่ะ เพราะเขาจะช่วยเราจับคู่งานกับบริษัทที่เหมาะสม และช่วยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างละเอียดเลยค่ะ
สร้างเรซูเม่และโปรไฟล์ให้โดดเด่นเตะตานายจ้าง
การมีเรซูเม่ที่โดดเด่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยค่ะ ลองคิดดูสิคะว่านายจ้างต้องเห็นเรซูเม่เป็นร้อยเป็นพันฉบับ เราจะทำยังไงให้เรซูเม่ของเราเตะตาเขาได้? สิ่งที่ฉันเรียนรู้มาก็คือ ควรปรับเรซูเม่ให้เข้ากับตำแหน่งงานที่เราสมัครในแต่ละครั้ง ไม่ใช่ใช้ฉบับเดียวหว่านไปทุกที่นะคะ เน้นไปที่ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทักษะที่ตรงกับที่เขาต้องการ และที่สำคัญคือต้องกระชับ ชัดเจน อ่านง่าย ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษจะดีที่สุดค่ะ และอย่าลืมใส่ keyword ที่เกี่ยวข้องกับสายงานของเราด้วยนะคะ เพราะบางบริษัทใช้ระบบ AI ในการคัดกรองเรซูเม่เบื้องต้น นอกจากนี้ การมีโปรไฟล์ที่ดีบน LinkedIn หรือเว็บไซต์ส่วนตัวที่แสดงผลงานของเรา ก็ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเป็นช่องทางให้นายจ้างค้นหาเราเจอได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ
ปรับตัวอย่างไรให้รุ่งในต่างแดน
ทำความเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่าง
การไปทำงานต่างประเทศไม่ได้มีแค่เรื่องงานอย่างเดียวนะคะ เรื่องการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะแต่ละประเทศก็มีวิถีชีวิต แนวคิด และวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่เหมือนกันเลย อย่างตอนที่ฉันไปทำงานที่หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉันก็ต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสารที่ตรงไปตรงมามากขึ้น การประชุมที่เน้นความกระชับและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งการตรงต่อเวลาที่เข้มงวดกว่าบ้านเรามากๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้อาจจะดูเล็กน้อย แต่ส่งผลต่อการทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าได้เลยนะ ฉันแนะนำว่าก่อนไปลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของประเทศนั้นๆ ดูก่อน จะช่วยให้เราเตรียมตัวและปรับตัวได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ อย่ากลัวที่จะถาม หรือเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานในพื้นที่นะคะ
การจัดการเรื่องที่พัก การเงิน และการใช้ชีวิต

เรื่องปากท้องและที่อยู่อาศัยนี่แหละค่ะที่เป็นเรื่องใหญ่! ก่อนไปทำงาน ควรจะศึกษาข้อมูลค่าครองชีพ ค่าเช่าที่พักในเมืองนั้นๆ ให้ดีๆ เลยนะคะ บางทีอาจจะลองหาข้อมูลจากกลุ่มคนไทยที่ไปทำงานในประเทศนั้นๆ ก็ได้ค่ะ จะได้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์มากๆ เลย ส่วนเรื่องการเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเปิดบัญชีธนาคารในประเทศที่เราไปทำงานเพื่อความสะดวกในการรับเงินเดือนและทำธุรกรรมต่างๆ และอย่าลืมเรื่องภาษีด้วยนะคะ เพราะแต่ละประเทศมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตอื่นๆ ก็เช่น การเดินทาง สาธารณูปโภค การหาซื้อของใช้ หรือแม้แต่การหาอาหารไทยอร่อยๆ ทานบ้างเพื่อคลายความคิดถึงบ้าน การที่เราวางแผนเรื่องเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราใช้ชีวิตในต่างแดนได้อย่างราบรื่นและมีความสุขมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
โอกาสเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ
เส้นทางอาชีพหลังจากการทำงานต่างประเทศ
การตัดสินใจออกไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่แค่การเปลี่ยนงานชั่วคราว แต่มันคือการลงทุนเพื่ออนาคตในสายอาชีพของเราเลยนะคะ เพราะประสบการณ์ที่ได้จากต่างแดนนั้นประเมินค่าไม่ได้เลยค่ะ มันไม่เพียงแต่ทำให้เราได้เรียนรู้เทคนิคการทำงานใหม่ๆ หรือได้สัมผัสกับโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเท่านั้น แต่มันยังช่วยเสริมสร้างทักษะที่เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนในประเทศ เช่น ทักษะการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ทักษะการสื่อสารกับคนหลากหลายเชื้อชาติ หรือแม้กระทั่งทักษะการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในโปรไฟล์ของเรา ทำให้เราโดดเด่นและเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย หรือไปทำงานในประเทศอื่นๆ ต่อไปในอนาคตก็ตามค่ะ
สร้างเครือข่ายระดับโลกและแบรนด์ส่วนตัว
นอกจากการพัฒนาทักษะและประสบการณ์แล้ว การทำงานในต่างประเทศยังเปิดโอกาสให้เราได้สร้างเครือข่าย (Networking) กับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในสายงานเดียวกันจากทั่วโลกอีกด้วยค่ะ ฉันบอกเลยว่าเครือข่ายเหล่านี้มีค่ามหาศาลจริงๆ เพราะมันสามารถนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในอนาคตได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการร่วมงานกับบริษัทระดับโลก การเป็นที่ปรึกษา หรือแม้กระทั่งการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง การเข้าร่วมสัมมนา งานแสดงสินค้า หรือกิจกรรมทางวิชาชีพต่างๆ ในต่างประเทศ จะช่วยให้เราขยายคอนเนกชันได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การที่เราได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นสากล ยังช่วยสร้าง “แบรนด์ส่วนตัว” ของเราให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยค่ะ แสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่นายจ้างหรือคู่ค้าต่างมองหาในตัวบุคลากรยุคใหม่ค่ะ
글을마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ หวังว่าข้อมูลที่ฉันรวบรวมและประสบการณ์ที่นำมาแบ่งปันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนกล้าที่จะก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนไปหาโอกาสใหม่ๆ ในต่างแดนนะคะ ฉันเชื่อเสมอว่าทุกก้าวที่เราเลือกเดิน คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า และการได้ออกไปเผชิญโลกกว้างในฐานะวิศวกรสถาปนิกไทยที่มีคุณภาพนั้น มันคุ้มค่ากับความท้าทายที่เราต้องเจอจริงๆ ค่ะ
เส้นทางนี้อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป อาจมีอุปสรรคบ้าง มีเรื่องให้ต้องปรับตัวบ้าง แต่เชื่อเถอะค่ะว่าทุกประสบการณ์จะหล่อหลอมให้เราเติบโตเป็นมืออาชีพที่แข็งแกร่งและรอบด้านมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือเราจะได้เรียนรู้และเข้าใจโลกกว้างในแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยล่ะค่ะ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อม มีใจที่เปิดกว้าง และไม่หยุดที่จะเรียนรู้ โอกาสดีๆ รอเราอยู่แน่นอนค่ะ! ขอให้ทุกคนโชคดีและสนุกกับเส้นทางใหม่นี้นะคะ
알아두면 쓸모 있는 정보
1. ไม่หยุดพัฒนาทักษะเฉพาะทาง: โลกของวิศวกรรมก้าวหน้าไปเร็วมากค่ะเพื่อนๆ การอัปเดตความรู้และทักษะอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะโปรแกรมเฉพาะทางที่ใช้กันในระดับสากล เช่น BIM (Building Information Modeling) หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์โครงสร้างต่างๆ ที่อาจจะแตกต่างจากที่เราคุ้นเคยในไทย การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะทำให้เราเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอค่ะ ลองหาคอร์สออนไลน์หรือเข้าร่วมสัมมนาดูนะคะ
2. ทักษะอ่อน (Soft Skills) คือทอง: นอกจากความเก่งกาจด้านเทคนิคแล้ว ทักษะการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายเชื้อชาติเป็นสิ่งที่บริษัทต่างชาติมองหาอย่างมากเลยล่ะค่ะ ฉันเคยเจอมาแล้วว่าบางทีทักษะเหล่านี้สำคัญไม่แพ้ความรู้ทางเทคนิคเลยนะคะ ฝึกฝนไว้เยอะๆ จะเป็นประโยชน์มากๆ
3. วางแผนการเงินให้รอบคอบ: การย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่คิดไว้มากค่ะ ทั้งค่าเช่าที่พัก ค่าเดินทาง หรือแม้กระทั่งค่าอาหารในชีวิตประจำวัน อย่าลืมศึกษาเรื่องค่าครองชีพในแต่ละเมืองให้ดี และวางแผนการออมเงิน รวมถึงการโอนเงินกลับบ้านให้เหมาะสม ที่สำคัญคือทำความเข้าใจเรื่องภาษีของประเทศนั้นๆ ด้วยนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง
4. สร้างเครือข่ายและหาที่ปรึกษา (Networking & Mentorship): การมีคอนเนกชันเป็นสิ่งสำคัญในทุกวงการค่ะ ยิ่งในต่างประเทศ การเชื่อมต่อกับวิศวกรไทยด้วยกัน หรือกับผู้เชี่ยวชาญในสายงานที่เราสนใจ จะช่วยให้เราได้ข้อมูลเชิงลึก โอกาสในการทำงาน และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์มากๆ อย่ากลัวที่จะเข้าหาหรือขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่นะคะ
5. เตรียมใจรับมือกับความท้าทายทางอารมณ์: การจากบ้านมาอยู่ต่างแดนอาจทำให้เรารู้สึกเหงา คิดถึงบ้าน หรือ Culture Shock ได้บ้างเป็นธรรมดาค่ะ ฉันเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว การมีวิธีรับมือที่ดี เช่น หากิจกรรมทำยามว่าง คุยกับครอบครัวและเพื่อนๆ ที่ไทย หรือหาเพื่อนใหม่ในท้องถิ่น จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้อย่างมีความสุขและแข็งแกร่งขึ้นค่ะ
สำคัญ 사항 정리
จากที่ฉันได้ลองไปทำงานและเห็นโอกาสต่างๆ มาด้วยตัวเองนะคะ สิ่งที่อยากย้ำให้เพื่อนๆ วิศวกรสถาปนิกไทยทุกคนจำไว้ให้ขึ้นใจเลยก็คือ ใบ กว. ของเรานี่แหละค่ะคือใบเบิกทางสำคัญที่จะยืนยันมาตรฐานวิชาชีพของเราในสายตานายจ้างต่างชาติ ถึงแม้บางประเทศอาจจะต้องการให้เราไปสอบใบอนุญาตของเขาเพิ่มเติม หรือต้องผ่านการประเมินเทียบเคียงก็ตาม แต่การมีใบ กว. ของไทยติดตัวไป มันแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และเป็นแต้มต่อที่ทำให้โปรไฟล์ของเราน่าสนใจขึ้นมาได้ทันทีเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งตะวันออกกลาง ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ เลยนะ
และแน่นอนว่าทักษะภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่เราจะมองข้ามไม่ได้เลย ไม่ใช่แค่การสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่รวมถึงการสื่อสารในที่ทำงาน การนำเสนอผลงาน หรือการประชุมกับทีมงานหลากหลายเชื้อชาติด้วยค่ะ ควบคู่ไปกับทักษะเฉพาะทางที่อัปเดตอยู่เสมอ และการมีเรซูเม่กับ Portfolio ที่น่าสนใจ จะช่วยให้เราโดดเด่นจากผู้สมัครคนอื่นๆ ได้มากทีเดียว อย่าลืมว่าการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมการทำงานและสังคมใหม่ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ สุดท้ายแล้ว การเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่ทำงาน แต่มันคือการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต เพื่อเปิดโลกทัศน์ พัฒนาทักษะ และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเส้นทางอาชีพของเราในอนาคตค่ะ ถ้าเตรียมตัวดี มีความมุ่งมั่น โอกาสดีๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ใบ กว. ของไทย สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้เลยไหม หรือต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
ตอบ: อู้ววว คำถามนี้ยอดฮิตเลยค่ะเพื่อนๆ! หลายคนคงสงสัยเหมือนฉันว่า ใบ กว. ที่เราอุตส่าห์เรียนมาจนได้มันมาเนี่ย จะใช้ได้เลยไหมในต่างแดน คำตอบคือ “ไม่เสมอไปค่ะ” แต่มันคือ “จุดเริ่มต้นที่ดีงามมาก!” เลยนะจากประสบการณ์ที่ฉันเคยหาข้อมูลและคุยกับพี่ๆ ที่ไปทำงานต่างประเทศมา บอกเลยว่าบางประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนของเราอย่างเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือแม้กระทั่งเมียนมาร์และกัมพูชา เขามีข้อตกลงเรื่องการยอมรับใบอนุญาตวิชาชีพวิศวกรรม (Mutual Recognition Arrangement – MRA) ระหว่างกันค่ะ ซึ่งหมายความว่าใบ กว.
ของไทยเราเนี่ย มีโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาให้เทียบเท่าหรือใช้เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นในการขอใบอนุญาตทำงานในประเทศเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หมดทีเดียว!
แต่ก็ใช่ว่าจะหยิบไปใช้ได้ทันทีนะคะ ส่วนใหญ่แล้ว เราจะต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลวิชาชีพวิศวกรรมของประเทศนั้นๆ อาจจะมีขั้นตอนการสอบเพิ่มเติมเล็กน้อย หรือต้องแสดงประสบการณ์ทำงานให้ครบตามที่เขากำหนดค่ะแต่ถ้าเป็นประเทศทางฝั่งตะวันตก หรือตะวันออกกลางบางประเทศที่ไม่มี MRA โดยตรงกับไทยเนี่ย เราอาจจะต้องเตรียมตัวและเตรียมใจมากหน่อยค่ะ เพราะเขาก็จะมีระบบการออกใบอนุญาตของเขาเอง ซึ่งอาจจะต้องมีการสอบวัดความรู้เฉพาะทาง หรือการเทียบวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานที่ค่อนข้างเข้มงวดกว่า บางที่อาจจะต้องเริ่มจากการสมัครงานในตำแหน่งที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตวิชาชีพโดยตรงไปก่อน แล้วค่อยๆ สร้างสมประสบการณ์และยื่นขอในภายหลังก็มีค่ะเคล็ดลับจากฉันก็คือ ก่อนอื่นเลยให้ลองหาข้อมูลของประเทศที่เราสนใจเป็นอันดับแรกค่ะ ว่าเขามีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับวิศวกรต่างชาติ และมีข้อตกลงอะไรกับประเทศไทยบ้างไหม จากนั้นก็ปรึกษาหารือกับสภาวิศวกรไทย หรือสมาคมวิชาชีพที่เราสังกัดอยู่เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้เลยค่ะ รับรองว่าข้อมูลแน่นปึ้กแน่นอน!
ถาม: ประเทศไหนบ้างที่กำลังเป็นที่ต้องการของวิศวกรและสถาปนิกไทย และมีสายงานไหนที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคะ?
ตอบ: โอ๊ยยย คำถามนี้โดนใจสายอินเตอร์สุดๆ เลยค่ะ! จากที่ฉันได้ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับเพื่อนๆ ในวงการมาตลอด ต้องบอกเลยว่าตลาดแรงงานต่างประเทศสำหรับวิศวกรและสถาปนิกไทยเรากำลัง “บูม” มากๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคใกล้บ้านเรานี่แหละค่ะอันดับแรกที่มาแรงแซงทางโค้งเลยก็คือ กลุ่มประเทศอาเซียน ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่เมียนมาร์และกัมพูชา ทุกประเทศกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นถนน ทางรถไฟ สนามบิน หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ทำให้ความต้องการวิศวกรโยธา วิศวกรโครงสร้าง และสถาปนิกที่มีประสบการณ์สูงพุ่งกระฉูดเลยค่ะ ยิ่งถ้าเรามีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดี และพอจะสื่อสารภาษาท้องถิ่นได้บ้างนิดหน่อย รับรองว่าเนื้อหอมแน่นอน!
ถัดมาที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ค่ะ โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ อาบูดาบี) และซาอุดีอาระเบีย ประเทศเหล่านี้เขามีเมกะโปรเจกต์ระดับโลกที่น่าทึ่งเยอะแยะไปหมดเลย ทั้งโครงการสร้างเมืองใหม่ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน หรืออาคารระฟ้าต่างๆ ซึ่งต้องการวิศวกรและสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากๆ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรไฟฟ้า วิศวกรเครื่องกล วิศวกรพลังงาน หรือแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้าน Smart City และ BIM (Building Information Modeling) ก็เป็นที่ต้องการอย่างมากค่ะนอกจากนี้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันสำหรับวิศวกรและสถาปนิกที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีและโอกาสในการพัฒนาทักษะเฉพาะทางค่ะ แม้ว่าการแข่งขันจะสูงกว่าหน่อย แต่ถ้าเรามีประสบการณ์และทักษะที่โดดเด่น ก็มีโอกาสแจ้งเกิดได้ไม่ยากเลยค่ะสายงานที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในตอนนี้ก็คือ วิศวกรรมพลังงานสะอาด วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) และ BIM Specialist ค่ะ เพราะเทรนด์โลกกำลังมุ่งไปทางนี้ ทำให้ทักษะเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั่วโลกเลย!
ถาม: นอกจากใบ กว. แล้ว มีอะไรที่เราต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษบ้างคะ ก่อนจะตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ?
ตอบ: เยี่ยมเลยค่ะ! ใบ กว. เป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของการเดินทางสู่โลกกว้างนะคะ จากที่ฉันได้เห็นมากับตาตัวเอง และฟังจากเพื่อนๆ ที่ไปลุยมาแล้ว มีอีกหลายอย่างที่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเหมือนกันค่ะอันดับแรกที่สำคัญไม่แพ้ใบ กว.
เลยคือ ทักษะภาษาอังกฤษ ค่ะ! ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา แต่คุณต้องสื่อสารได้ ฟังเข้าใจ และอธิบายงานของคุณได้ค่ะ ลองฝึกฝนการนำเสนอผลงาน การเจรจาต่อรอง หรือแม้แต่การสนทนาในชีวิตประจำวันดูค่ะ เพราะมันคือประตูสำคัญที่จะพาคุณไปสู่โอกาสดีๆ มากมายเลยนะ ฉันเคยเจอมาแล้วที่บางคนเก่งงานมาก แต่สื่อสารไม่คล่อง ทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายถัดมาคือ การทำความเข้าใจวัฒนธรรมและกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ ค่ะ แต่ละที่มีวิถีชีวิต การทำงาน และกฎหมายที่ไม่เหมือนกันเลยนะ ลองหาข้อมูลให้เยอะๆ ดูวิดีโอ อ่านบล็อกของคนที่เคยไปอยู่มาก่อน หรือถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวล่วงหน้าเพื่อทำความคุ้นเคยก่อนได้ก็จะดีมากๆ เลยค่ะ การเปิดใจเรียนรู้และปรับตัวคือสิ่งสำคัญค่ะเรื่อง การเงิน ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เราต้องวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่พักในช่วงแรก ค่าครองชีพ และเผื่อฉุกเฉินไว้ด้วยค่ะ อย่าเพิ่งคาดหวังว่าไปถึงแล้วจะรวยทันทีนะคะ เตรียมเงินสำรองไว้บ้างจะช่วยให้เราใช้ชีวิตในช่วงปรับตัวได้อย่างสบายใจขึ้นค่ะและที่ขาดไม่ได้เลยคือ การสร้างเครือข่าย (Networking) ค่ะ!
ลองเข้าร่วมกลุ่มวิศวกรหรือสถาปนิกไทยในต่างประเทศบนโซเชียลมีเดีย หรือเข้าร่วมงานสัมมนาต่างๆ ค่ะ การได้พูดคุยกับคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนจะช่วยให้เราได้ข้อมูลเชิงลึก และอาจนำไปสู่โอกาสในการทำงานในอนาคตได้เลยนะสุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า “ใจ” ค่ะ!
ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และทัศนคติเชิงบวก เป็นสิ่งที่จะพาเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ การทำงานต่างประเทศเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตค่ะ แต่ถ้าเราเตรียมตัวมาดี พร้อมเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ รับรองว่าประสบการณ์ที่คุณจะได้รับกลับมามัน “คุ้มค่า” เกินกว่าที่คิดไว้เยอะเลยค่ะ!
ฉันเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอนะ!






